รายได้ของ สสส. มาจากภาษีสรรพสามิต สุรา และยาสูบ เพื่อใช้ในการสร้างเสริมสุขภาพ ที่ได้จัดเก็บพิเศษเพิ่มจากภาษีสรรพสามิต ร้อยละ 2 ของภาษีสรรพสามิตที่เก็บอยู่ ภาษีชนิดนี้เรียกว่า “Earmarked tax” เป็นกลไกภาษีที่ใช้ในหลายประเทศสำหรับวัตถุประสงค์ที่ต่างกันไป
งบประมาณของ สสส. มาจาก “ภาษีสินค้าที่บั่นทอนสุขภาพ” คิดเป็นสัดส่วนเพียง ร้อยละ 0.1 ของงบประมาณประเทศ และคิดเป็น ร้อยละ 0.7 ของงบประมาณด้านสุขภาพของรัฐเท่านั้น ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา หากเปรียบเทียบงบของ สสส. กับหน่วยงานด้านสุขภาพแล้ว สัดส่วนงบประมาณที่ สสส. ได้รับมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
อังกฤษ
มีการใช้ Earmarked tax ในการสนับสนุน BBC ซึ่งเป็นสถาบันหลักในการสื่อสารเพื่อพัฒนาประเทศ
สหรัฐอเมริกา
เก็บภาษีเรือยนต์ เพื่อใช้อนุรักษ์ทรัพยากรทางน้ำ เก็บภาษีอาวุธที่ใช้ล่าสัตว์ เพื่อฟื้นฟูชีวิตสัตว์ป่า และเก็บภาษีถ่านหินเพื่อดูแลคนงานเหมือง
ไอซ์แลนด์ / นิวซีแลนด์ / เกาหลีใต้
เก็บภาษีจากสุรา เพื่อความคุมปริมาณการบริโภคสุรา และส่งเสริมสุขภาพของประชาชน
โรมาเนีย / ออสเตรเลีย / ฟินแลนด์ / ปานามา / บอสวาน่า / อียิปต์ / ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ / ลาว / เวียดนาม
เก็บภาษีจากบุหรี่ เพื่อควบคุมปริมาณการบริโภคบุหรี่ และส่งเสริมสุขภาพของประชาชน
ถึงแม้ว่างบประมาณจาก สสส. จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี แต่อัตราเงินเฟ้อทั่วไป และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานกลับมีแนวโน้มสูงขึ้นในทุกปี ขณะเดียวกัน งบประมาณของ สสส. กลับไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้น โดยจำนวนเงินงบประมาณเรียงตามปีได้ ดังนี้
ที่มา : สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และธนาคารแห่งประเทศไทย
อดีต
ปัจจุบัน
จะเห็นได้ว่าแม้แต่สินค้าพื้นฐาน เช่น ก๋วยเตี๋ยวในปริมาณที่เท่ากัน แต่ด้วยอัตราเงินเฟ้อ เมื่อเทียบกับปีก่อนๆ จะเห็นได้ชัดว่า ในจำนวนเงินที่เท่ากันได้สินค้า และบริการที่แพงขึ้น
สสส. ถูกตรวจสอบการดำเนินงาน และได้รับการติดตาม ตาม พ.ร.บ. กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 และตามกฎหมายอื่น ดังนี้
คณะกรรมการประเมินผล
คณะกรรมการประเมินผลได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรี โดยการเสนอแนะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อทำหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานของ สสส. ตามมาตรา 37 - 39 แห่ง พ.ร.บ. กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
หรือบุคคลภายนอกที่คณะกรรมการ สสส. แต่งตั้งโดยความเห็นชอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ทำหน้าที่ตรวจสอบบัญชี ประเมินผลการใช้จ่ายเงิน และทรัพย์สินของ สสส. ตามมาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ. กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544
ผู้ตรวจสอบภายใน
คณะกรรมการ สสส. แต่งตั้งผู้ตรวจสอบฯ โดยการเสนอแนะของคณะอนุกรรมการกำกับดูแลการตรวจสอบภายใน เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารงบประมาณ การเงิน การบัญชี การพัสดุ ทรัพย์สิน และการบริหารงานด้านอื่นๆ ของ สสส. ดำเนินการภายใต้หลักเกณฑ์ ตามระเบียบของกระทรวงคลังและกรมบัญชีกลาง รวมทั้งมีการจัดจ้างให้บริษัทเอกชนเข้ามาช่วยดำเนินการตรวจสอบในบางภารกิจอีกด้วย
คณะกรรมการพัฒนา และส่งเสริมองค์การมหาชน (กพม.)
ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2559 ให้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการกำกับติดตาม และพัฒนาองค์การมหาชนที่จัดตั้งตาม พ.ร.บ. เฉพาะซึ่งรวมถึง สสส. ในฐานะที่เป็นองค์การมหาชนที่จัดตั้งตาม พ.ร.บ. เฉพาะด้วยคณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียน
ตามพระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 เพื่อทำหน้าที่กำกับติดตามการบริหารทุนหมุนเวียน ซึ่งรวมถึง สสส. ในฐานะทุนหมุนเวียนที่จัดตั้งตาม พ.ร.บ. เฉพาะด้วย
สสส. เป็นหน่วยงานที่ถูกวางระบบกลไกการกำกับ และตรวจสอบการดำเนินงานอย่างเข้มข้น
โดยกำหนดบทบาทไว้ตาม พ.ร.บ. กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
พ.ศ. 2544
สสส.ยังได้รับการประเมินคุณธรรม และความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ
(Integrity and Transparency Assessment : ITA)
โดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
การประเมินคุณธรรม และความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA)
ผลประเมินการดำเนินงานของกองทุน ตามหลัก balance scorecard

1 - IIT
Internal Integrity
and Transparency Assessment
แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน หมายถึง บุคลากรของ สสส. ที่ร่วมงานกับสสส. มาไม่น้อยกว่า 1 ปี

2 - EIT
External Integrity
and Transparency Assessment
แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก หมายถึง ภาคีที่ร่วมงานกับ สสส.

3 - OIT
Open Data Integrity
and Transparency Assessment
แบบตรวจการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ หมายถึง เอกสารหลักฐานจำนวน 43 ตัวชี้วัด ที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์
สสส. ขับเคลื่อนงานด้วยกลไกนวัตกรรมทางการเงินการคลัง
อย่างโดดเด่น เป็นที่ยอมรับในระดับสากล จนได้รับ
“รางวัลเนลสัน แมนเดลา
ด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ประจำปี 2564”
จากองค์การอนามัยโลก (WHO)
นับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา สสส. ได้มีการพัฒนา และขับเคลื่อนข้อตกลงความร่วมมือกับองค์การอนามัยโลก (WHO)
มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการสร้างเสริมสุขภาพทั้งในประเทศไทย และนานาชาติ
แบ่งเป็น ระดับโลก 3 ฉบับ ระดับภูมิภาค 3 ฉบับ และระดับชาติ 3 ฉบับ
สสส. ร่วมกับ องค์การอนามัยโลก และ Southeast Asia Tobacco Control Alliance (SEATCA)
จัดเวทีพัฒนาศักยภาพ ผู้นำการสร้างเสริมสุขภาพ (ProLEAD Workshop) ในหลายภูมิภาค โดย สสส. ทำหน้าที่เป็นหนึ่งในองค์กรพี่เลี้ยงที่ให้คำปรึกษากับประเทศต่างๆ จนเกิดการจัดตั้งกลไกที่คล้ายกันได้สำเร็จอย่างน้อย 6 ประเทศ ได้แก่ มองโกเลีย ตองก้า มาเลเซีย เกาหลีใต้ สปป.ลาว และเวียดนาม
สสส. สนับสนุนทางวิชาการแก่ประเทศที่มีแนวคิดจัดตั้งกลไกในลักษณะนี้อีกกว่า 10 ประเทศ ได้แก่ จีน เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย กัมพูชา ภูฏาน มัลดีฟส์ เนปาล โอมาน และบังกลาเทศ
สสส. ได้ร่วมกับ SEATCA พัฒนานวัตกรรมเพื่อขยายการสนับสนุนประเทศต่างๆ อาทิ 1. การจัดทำแพลตฟอร์มออนไลน์ Health Promotion Fund Resource Hub https://hpfhub.info/ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ระดับนานาชาติ ด้านกลไลการเงินการคลังเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ รวมทั้งหลักสูตร E-Learning ที่สามารถเข้าถึงได้จากทั่วโลก และ 2. การจัดโครงการ Fellowship ที่สนับสนุนผู้แทนสองคนต่อประเทศ ในการพัฒนา และผลักดันนโยบายการเงินการคลังเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพใน 10 ประเทศ ได้แก่ บังกลาเทศ กัมพูชา กาบอง จอร์เจีย เคนยา ไนเจอร์ เซเนกัล ศรีลังกา วานูอาตู และเวียดนาม
ที่มา : หน่วยตัวอย่าง 2,026 ราย
สสส. มีการกระจายทุนสนับสนุนการดำเนินการโครงการสู่หน่วยงานรัฐ หน่วยงานเอกชน มูลนิธิ องค์กรวิชาชีพ และคณะบุคคล
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 มีภาคีผู้รับทุนใหม่กว่า 2,100 ราย ซึ่งคิดเป็น 84% ของจำนวนผู้ลงทุนทั้งหมด
สสส. ได้รับ 14 รางวัล จาก
Adman Awards & Symposium
ในหนังโฆษณา Million Spoons และ
Save My Voice
กับการสร้างแคมเปญการตลาด เพื่อให้ทัชใจคนในสังคม
จุดประกายให้คนหันมาตระหนักถึงปัญหา และเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
แพลตฟอร์มให้คนที่มีปัญหาการได้ยิน “กล้าพูด” เป็นไอเดียที่สร้างอิมแพคได้อย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาทางการได้ยินกล้าที่จะพูดมากขึ้นแล้ว ยังเป็นการนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาสังคมได้อย่างสร้างสรรค์ และเกิดประสิทธิผลได้จริง
นั่นจึงทำให้ Save My Voice ได้ใจคน และรางวัลไป โดยทางสสส. มุ่งมั่นที่จะพัฒนาแพลตฟอร์มนี้ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับกลุ่มผู้มีปัญหาด้านการพูด
ที่มา : สำนักงานสถิติแห่งชาติ :
1) โครงการสำรวจอนามัย และสวัสดิการ พ.ศ. 2534, 2539, 2544, 2552, 2556, 2558
2) โครงการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ และดื่มสุราของประชากรไทย พ.ศ. 2547, 2550, 2554, 2560
3) โครงการสำรวจพฤติกรรมด้านสุขภาพของประชากร พ.ศ. 2564
ที่มา : สำนักงานสถิติแห่งชาติ :
1) โครงการสำรวจอนามัย และสวัสดิการ พ.ศ. 2534, 2539, 2544, 2552, 2556, 2558
2) โครงการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ และดื่มสุราของประชากรไทย พ.ศ. 2547, 2550, 2554, 2560
3) โครงการสำรวจพฤติกรรมด้านสุขภาพของประชากร พ.ศ. 2564
ที่มา : สำนักงานสถิติแห่งชาติ :
1) โครงการสำรวจอนามัย และสวัสดิการ พ.ศ. 2534, 2539, 2544, 2552, 2556, 2558
2) โครงการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ และดื่มสุราของประชากรไทย พ.ศ. 2547, 2550, 2554, 2560
3) โครงการสำรวจพฤติกรรมด้านสุขภาพของประชากร พ.ศ. 2564
ที่มา: กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง
ที่มา : สำนักงานสถิติแห่งชาติ :
1) โครงการสำรวจอนามัย และสวัสดิการ พ.ศ. 2544, 2552, 2556, 2558
2) โครงการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ และดื่มสุราของประชากรไทย พ.ศ. 2547, 2550, 2554, 2560
3) โครงการสำรวจพฤติกรรมด้านสุขภาพของประชากร พ.ศ. 2564
ที่มา : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, การสำรวจสุขภาวะสุขภาพอนามัยของประชาชนไทย โดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 3 (พ.ศ. 2546-2547), ครั้งที่ 4 (พ.ศ. 2551-2552), ครั้งที่ 5 (พ.ศ. 2556-2557) และครั้งที่ 6 (พ.ศ. 2562-2563)
ที่มา : แนวโน้มสถานการณ์การเจ็บป่วย และเสียชีวิตอันมีสาเหตุเกี่ยวข้องกับการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในประเทศไทยปี พ.ศ. 2558-2562 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้การสนับสนุนของ ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา, จิราลักษณ์ นนทารักษ์ และสาวิตรี อัษณางค์กรชัย พ.ศ. 2564
ที่มา : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, การสำรวจสุขภาวะสุขภาพอนามัยของประชาชนไทย โดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 3 (พ.ศ. 2546-2547), ครั้งที่ 4 (พ.ศ. 2551-2552), ครั้งที่ 5 (พ.ศ. 2556-2557) และครั้งที่ 6 (พ.ศ. 2562-2563)
ที่มา : กองบัญชีประชาชาติ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ
ที่มา : ระบบบูรณาการข้อมูล 3 ฐาน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
ที่มา : ข้อมูลแฟ้มสุขภาพ (43 แฟ้ม) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
ที่มา : ระบบเฝ้าระวังการบาดเจ็บ (Injury Surveillance : IS) กระทรวงสาธารณสุข
ที่มา : ศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย สถาบันวิจัยประชากร และสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สสส., การสำรวจการมีกิจกรรมทางกายของประชากรไทยที่มีอายุ 5 ปีขึ้นไป
ที่มา : ศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย สถาบันวิจัยประชากร และสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สสส., การสำรวจการมีกิจกรรมทางกายของประชากรไทยที่มีอายุ 5 ปีขึ้นไป
ผู้ใหญ่ (อายุ15 ปี ขึ้นไป) ควรบริโภคผัก และผลไม้อย่างน้อย 400 กรัม / วัน
ที่มา : ศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย สถาบันวิจัยประชากร และสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สสส., การสำรวจการมีกิจกรรมทางกายของประชากรไทยที่มีอายุ 5 ปีขึ้นไป
ที่มา : สถาบันวิจัยประชากร และสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สสส.
โครงการศึกษาพฤติกรรมการกินผัก และผลไม้ของคนไทย ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2561 และครั้งที่ 2 พ.ศ. 2562
ที่มา : สำนักนโยบาย และยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข, รายงานคลังข้อมูลสุขภาพ
(Health Data Center : HDC) พ.ศ. 2560-2563